หน้าเว็บ

วันศุกร์ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ปีเก่า..รำพึง


เพลงปีใหม่ขับขาน
กังวาลไปทั่วทุกหนแห่ง
เพลงปีเก่าเงียบงัน

ย้อนไปในวันนั้น
จุดพลุต้อนรับพร่างพราวฟ้า
วันนี้ขอส่งท้าย

เพียงไม่นานผ่านพ้น
แค่สามร้อยหกสิบสี่วัน
ผู้คนกลับแปรเปลี่ยน

อุตส่าห์หลงดีใจ
มอบคืนและวันให้มากมาย
ใช้ไปจนหมดสิ้น

นับนาทีเคาท์ดาวน์
ผู้คนลิงโลดรับปีใหม่
จะจากไป..ลำพังฯ

ภาพ
: bloggang.com

วันพุธที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2554



เธอเคยรู้บ้างไหม..ในโลกกว้าง
มีหลายสิ่งหลายอย่างยังไม่รู้
มิใช่เพียงแค่เห็นและเป็นอยู่
เบิกตาดูสักหน..เถอะคนดี

เธอเคยรู้บ้างไหม..ในโลกกว้าง
ยังไม่มีทางหลายทางระหว่างชีวี
มีดอกไม้สะพรั่งสองฝั่งวิถี
แต่เธอเลือกทางที่..ไม่มีฉัน

เธอเคยรู้บ้างไหม..ในโลกกว้าง
สรรพสิ่งต่างต่างอเนกนันต์
ล้วนสวยงามนานาสารพัน
เธอมุ่งมั่นไขว่คว้า..เพียงอาจม

เธอเคยรู้บ้างไหม..ในโลกกว้าง
ทั้งตื้นลึกหนาบางต่างผสม
มีเรื่องราวแปลกใหม่ในโลกกลม
มัวชื่นชมกะลาว่า..ไพศาลฯ

ภาพ :
prachathon.org

วันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ใจรอนแรม - แจ็ค มงคล

ปณิธาน...งานกลอน

หัวใจนี้...มอบไว้ให้กลอนกานท์
จักร้อยสานงานกวีให้มีศิลป์
ให้เลื่องลือกระฉ่อนค่อนแผ่นดิน
จนส่งกลิ่นพวยพุ่งฟุ้งขจร
            

เอาเวลาสูญเปล่าที่เศร้าสร้อย
มาเรียงร้อยถ้อยคำลำนำอักษร
ปลดปล่อยจินตนาการผ่านบทกลอน
โดยสะท้อนนิยามความเพ้อฝัน


ถึงอ้างว้างร้างใครไม่เคยโศก
ขอกอดโลกหรุบหรู่อยู่เงียบงัน
ถึงใครจะทิ้งขว้างก็ช่างมัน
มุ่งรังสรรค์บทกลอนไม่งอนง้อ

ขอเย่อหยิ่งลำพองพยองตน
ยอมอดทน..ยากไร้จะไม่ขอ
กินบทกลอนแทนข้าวเท่านั้นพอ
จะสานต่อทอฝันไม่หวั่นกลัวฯ
ภาพ : www.ngthai.com
 
 
 
 

ทางชีวิต


 



















                       เส้นทางระหว่างชีวิต
                             มีบ้างก้าวผิดไปบางก้าว
                       ความฝันอันโชติช่วงหล่นร่วงกราว
เส้นทางที่ทอดยาวช่างร้าวรานฯ

ภาพ : www.flickriver.com

รัก..แม่


ามร้อยหกสิบสี่วัน

เรือนไม้หลังเก่าใต้ถุนสูง
แม่เฝ้ารอความรัก

นั่งบันไดมองทาง
เช้าสายบ่ายคล้อยแม่คอยลูก
เมื่อไหร่จะสงกรานต์

เช้านี้ท้องฟ้าแจ่ม
แม่ไก่คุ้ยเขี่ยดินหาเหยื่อ
ลูกไก่อยู่พร้อมหน้า

มือถือรุ่นเก่าดัง
แม่หยิบโทรศัพท์หันลำโพงลง
เสียงเบา ๆ "รักแม่"

ยกแขนปาดน้ำตา
กลัวสามร้อยหกสิบสี่วัน
พรากรักจากแม่ไปฯ

วันอังคารที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ฤดู...ที่สับสน



ตื่นเช้า...แสงแดดจ้า
เอาผ้าห่ม ไปผึ่งแดด
ฝนตก ผ้าห่มเปียก


บ่าย...ฝนตกแดดออก
บ่ายแก่แก่ ท้องฟ้าแจ่มใส
ดีใจ ผ้าห่มแห้ง


เปิดหน้าต่าง...รับแดด
ลมพัดแรง ผ้าม่านไหวปลิว
เก็บผ้า ไม่ทันฝน


คืนนี้...ฝนตกหนัก
ลมพัดแรง...อากาศหนาวเย็น
ไม่มีผ้า ห่มนอนฯ


อย่าเหยียดหยาม..ความรู้สึก!!!



มันย่ำยี เหยียดหยาม ความรู้สึก
จนเจ็บลึก ยับเยิน เกินทนไหว
มันระยำ ทำทุเรศ ประเทศไทย
จนอึดอัด ขัดใจ มากไปแล้ว

ถวาย ฎีกา แผนล่าชื่อ
คนซื่อบื้อ โง่งั่ง ยังรู้แกว
หวังกดดัน กษัตริย์ เห็นชัดแวว
ชักกระแด่ว ดิ้นรน ให้พ้นคุก

กล้าดี ยังไง ขออภัยโทษ
หวังประโยชน์ แอบแฝง แอบแกล้งซุก
ปั่นป่วน วุ่นวาย หมายเข้าบุก
คาดคั้น องค์ประมุข แล้วรุกฆาต

ไม่เคย รู้สึก สำนึกผิด
เอาแต่คิด หลบหนี อย่างขี้ขลาด
ดึงฟ้า ลงต่ำ ล้มอำมาตย์
ยังชั่วชาติ ไม่พอ ขอลดโทษฯ

อาลัย...เชี่ยนมาก




วงแดง คราบแห้งเกรอะ.....รอยเปื้อนเปรอะ เลอะถนน
รอยด่าง ระหว่างชน.....คราบน้ำหมาก จากปากบ้วน

คือรอย ประวัติศาสตร์.....ถูกตัดขาด พินาศด้วน
ถูกพราก จากขบวน.....ความรุ่งเรือง ของเมืองไทย

รัวถี่ เพลงลีลา.....ด้วยท่วงท่า ช้าเร็วไว
ทิ่มตำ ย้ำเข้าไป.....เป็นจังหวะ กระบอกยน

หมากแหลก แตกละเอียด.....เปลือกสีเสียด เนียนปี้ป่น
ไม้ยอน กระแทกก้น.....ดันขึ้นมา ท่าชำนาญ

ตะปป เข้าใส่ปาก.....เคี้ยวเหลือกาก คายทิ้งชาน
สักพัก ชักลนลาน.....หูตาลาย คล้ายยันหมาก

เชี่ยนหมาก จำจากลา.....ไม่เห็นหน้า มาพลัดพราก
ต้นพลู อยู่เพียงซาก.....หวนคะนึง ถึงปูนแดง

หมากไทย คือความหลัง.....หมากฝรั่ง ยังมาแรง
ติดก้น ทุกหนแห่ง.....นิยมเคี้ยว กันเหนียวแน่นฯ

ภาพ : bayore.net

เกินรับ..ความคับแค้น


                                                                             

                                                                                                                                       ราอุตส่าห์สร้างฝันอันสวยหรู
แล้วอยู่อยู่มารร้ายทำลายฝั
บ้านเมืองเคยสงบก็จบพลัน
เราจักต้องห้ำหั่นมันกับมือ

เมื่อประเทศถูกข่มขืนจนขื่น
ขม
จะสุขสมสำราญได้นานหรือ
เราต้องมาร่วมแรงกันแย่งยื้

แล้วลุกฮือต่อสู้กับหมู่มาร

ได้เวลารวมพลังกันครั้งใหญ่
ยึดเมืองไทยคืนมาจากซาตาน
ด้วยหัวใจสำนึกอันฮึกหาญ
ขับไล่เดียรัจฉานพ้นบ้านเมื
อง

เมื่อดวงใจย่อยยับและคับแค้

ฝังแน่นเกินรับความคับเคือง
ต้องอึดอัดฝืนทนจนคางเหลือง
มาปลดเปลื้องระบาย..ขับไล่ม
ารฯ

ก รุ ง แ ต ก


พรีตีประชิด
โอบล้อมติดปิดเมืองหลวง
บุกทะลุทะลวง
กลายเป็นห้วงมหรรณพ

ข้าศึกคึกคะนอง
เกินปกป้องต้องสยบ
ไหลบ่ามาสมทบ
ฝ่าแนวรบต้องหลบหนี

สงครามลามยืดเยื้อ
ต้องพายเรือเหนือนที
เอ่อขังวังวารี
ศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก

ศึกในยังไม่สิ้น
ในแผ่นดินไม่พร้อมพรัก
ข้าศึกจึงคึกคัก
ไหลทะลักจมบักโกรก

แม่ทัพมาจับศึก
ไม่ได้ฝึกมาเพราะโชค
นารีอุปโลกน์
ขี่ม้าโยกโบกธงแดง

ศึกนี้มีแต่พ่าย
หากทุกฝ่ายยังขัดแย้ง
ท่วมขังอย่าหวังแห้ง
ธรณีกันแสงใต้แอ่งน้ำฯ


ภาพ : thaigoodview.com

คืนที่ฝนตก-ไม้เมือง

โศก สภาพ



พสุธา ชุ่มโชก โศกกำสรด
มิราลด โหมซัด เต็มอัตรา
เชี่ยวกราก หลากล้น ชลนา
เจิ่งนอง ด้วยฤทธา แห่งวารี

ถ้วนทุก แห่งหน ทนเทวษ
อาดูร ไปทั่วเขต ปถพี
เดือดร้อน โศกเศร้า นับเท่าทวี
เสียงโศกี ร่ำร้อง ก้องระงม

หนักหนา สาหัส เป็นประวัติการณ์
แผ่นดิน เป็นบาดาล ผืนนาล่ม
รวงข้าว สูญหาย ตายทั้งกลม
เรือนชานจม ธารา ชลาลัย

อากาศ วิปริต พิสดาร
อิทธิฤทธิ์ เหลือประมาณ เกินต้านไหว
ชลเนตร รินหลั่ง ทั่วทั้งไทย
รอน้ำใจ หลั่งมา ฝ่าชลธีฯ

เพิ่งรู้ว่า..ห่วงใย



วันที่..ท้องฟ้าแจ่มใส
อากาศ..อบอุ่นเย็นสบาย
เลือดไทย..นองถนนฯ

วันที่..ฟ้ามืดมัว
มวลน้ำก้อนใหญ่..ไหลทะลัก
น้ำใจไทย..ไหลบ่าฯ

วันที่..น้ำเจิ่งนอง
สีต่างๆ..ละลายไปกับน้ำ
หวั่นใจ..วันน้ำลดฯ

โศกา..สภาวะ


น้ำเหนือ ประดัง เข้าถั่งโถม
สายพิรุณ กระโหม กระโจมใส่
น้ำทะเล หนุนท่วม อ่วมอรทัย
ชลาลัย ไหลรุม จนชุ่มโชก

อุทก-ธารา ไหล่บ่าทะลัก
อีหลุก ขลุกขลัก จมบักโกรก
อาณา สารทิศ สถิตโศก
วิปโยค ยิ่งใหญ่ ในชั่วกัป

หนักหนา สาหัส เกินขัดขืน
พสุธา ทั้งผืน ทนฝืนรับ
โถมถั่ง หลั่งริน เกินดินซับ
เสีบหาย ย่อยยับ ยากนับคณา

หมองเศร้า จาบัลย์ รอวันสลาย
ชโลธร แห้งหาย คลายฤทธา
เบาบาง วิโยค โศกเศร้าชะตา
คืนสู่ ธรรมดา สภาวะฯ

อีกกี่ยุค???



กี่ยุคกี่ยับเยิน .......... ต้องเผชิญความย่อยยับ
กี่พลาดไม่อาจนับ .......... กี่ศพทับกลับเมินเฉย


กี่ยุคกี่สมัย .......... ไทยฆ่าไทยไม่ขาดเลย
สักครั้งยังไม่เคย .......... หยุดหยามเย้ยลงเอยกัน


กี่ยุคกี่สมัย .......... เลือกตั้งไปก็แค่นั้น
เลือกเสร็จผสมพันธุ์ .......... แบ่งจัดสรรปันตำแหน่ง


กี่ยุคล่วงเลยไป .......... ยังวนในความขัดแย้ง
เอาสีมาทาแต่ง .......... ยื้อยุดแย่งแบ่งเป็นขั้ว


กี่คำพร่ำปรองดอง .......... ปากป่าวร้องก้องไปทั่ว
เบื้องหลังยังเกลือกลั้ว .......... ไอ้ชาติชั่วแอบยั่วยุ


กี่เดือนหรือกี่ปี .......... สามัคคีจะบรรลุ
ความหวังเหมือนพังผุ .......... ร้อนระอุไม่ทุเลาฯ

ราช-ไม่ประสงค์






ห็นอยู่โทนโท่ยังโง่เขลา
ใครคนเผาใครระยำใครทำลาย
ยังตะแบงตะบันกันฉิบหาย
ช่างน่าอายน่าทุเรศประเทศไท


อยากเอาขวานผ่าสมองของมันดู
จะได้รู้ได้เห็นเป็นไฉน
สมองเท่ากระบือหรืออย่างไร
จึงหลงไหลขาดสติมิตรึกตรอง


หรือกินหญ้ากินฟางเหมือนอย่างควาย
ถึงได้โง่งมงายคล้ายติงต๊อง
หลงผิดคิดระยำจนลำพอง
ราชประสงค์จึงต้องจมกองเพลิ


เก้าสิบเอ็ดศพถูกกลบเกลื่อน
บิดเบือนเฉไฉให้ยุ่งเหยิง
ใส่ร้ายป้ายสีมีชั้นเชิง
บัดสีบัดเถลิงเพิ่งเคยเห็นฯ

ทาสเงิน

วิถี..ท้องทุ่ง


















๑. ชีวิตงดงามตามวิถี
สามัคคีปรองดอง ณ ท้องทุ่ง
มิตรภาพฉาบดินกลิ่นจรุง
ด้วยต่างมุ่งจัดสรรปันหญ้าฟาง

๒. เนิ่นนานนกเอี้ยงเลี้ยงควายเฒ่า
ยังคงเฝ้าห่วงใยไม่เคยห่าง
ให้สงสารหัวอกนกกระยาง
ถูกเมินหมางผลักไสใจสลาย




วันจันทร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

มหานที..นิราศ





นิราศแล้วแอ๋วเหนือเมื่อคราวก่อน
ไหลทะลักมุ่งหน้ามหานคร
ให้อาวรณ์เอกอุสุโขทัย

ถึงสองแควเอ่อท้นล้นสองแคว
สองกระแสสมทบบรรจบไหล
ท่วมนครสวรรค์จนบรรลัย
ไม่เหลือสวรรค์ชั้นไหนอยู่ในโลก

อัมพุลุไปอุทัยธานี
ชันนาท,ลพบุรีรี่สามโคก
อยุธยากรุงเก่ากลับเศร้าโศก
วิปโยคด้วยฤทธามหานที

บางบัวทองนองท่วมอ่วมอรทัย
ทั้งบางใหญ่ไทรน้อยค่อยล้นปรี่
ท่วมทั่วทุกหนนนทบุรี
ราชธานีศิวิไลซ์ขอไปยล

ไหลเชี่ยวเลี้ยวตะบึงถึงเมืองฟ้า
ดูผิดแผกแปลกตาน่าสับสน
มีแต่เรือเนืองแน่นแทนรถยนต์
เหนือถนนมีมัจฉาคล้ายบาดาล

มีบิ๊กแบ็คถุงทรายวางรายเรียง
เห็นชาวบ้านโต้เถียงรัฐบาล
ไม่มั่นใจในรัฐมาจัดการ
มีแต่ผู้เชี่ยวชาญเต็มบ้านเมือง

นิราศร้างห่างหายคล้ายหมดหวัง
รุมประดังปัญหามาครบเครื่อง
ลาก่อนชั่วยามความรุ่งเรือง
ประเทศไทยคางเหลืองทุกเรื่องเอยฯ

วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ชีวิต...เซซัง









ดาวรุ่งแจ่มฟ้าอุษาสาง
อรุณราง-กระทั่ง-เสียงดัง"อุแว้"
สายสะดือหลุดสะบั้นจากครรภ์แม่
หมอตำแยโล่งอก ทารก-รอด
 
อรุณแห่งชีวิตผลิตสร้าง
ณ ท่ามกลางท้องนาป่าโอบกอด
มีสายน้ำลำธารสะพานทอด
ข้าวไหวยอดโบกสะบัดลมพัดพา
 
แต่แล้วชีวิตก็พิสดาร
ไม่เอาถ่านขี้เถ้าไม่เข้าท่า
ปล่อยชีวิตเสเพลกับเวลา
ไม่สมค่าแม่พ่อรอความหวัง
 
หลายหนาวหลายฝนล่วงพ้นผ่าน
เดินบนซากวิมานอันผุพัง
คล้ายเรือน้อยลอยคว้างอยู่ห่างฝั่ง
หมุนเซซัง-ใกล้จม-ก็สมแล้วฯ


 
 

วันอาทิตย์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2554

"ลูกแม่-หลานยาย"

เสียงแตรรถบีบรัวแม่ตัวสั่น
รีบหุนหันกลับหลังยังฟุตบาท
สาวสวยโผล่หน้าพร้อมด่ากราด
ว่าแม่ไร้มารยาทเดินปาดหน้า

กระเป๋าใบเก่าสีเทาหม่น
มีหลานอีกคนแม่ขนมา
ทั้งจูงทั้งหนักแม่ชักช้า
กอปรกับวัยชราละล้าละลัง

วันแม่อีกปีลูกมีงาน
ให้เอาหลานมาจากปากพนัง
วันแม่ปีนี้หรือปีหลัง
แม่ก็ยังพาหลานมาบ้านลูก

ลูกแม่เรียนจบก็พบรัก
เพียงสักพักท้องแก่แม่ทายถูก
ผัวทิ้งทันควันไม่พันผูก
ยายต้องเช็ดขี้มูกให้หยูกยา

ยายจูงหลานหายไปในซอยลึก
ให้รู้สึกสมเพทเวทนา
เลี้ยงลูกคนหนึ่งหวังพึ่งพา
ลูกยังหาหลานชายให้ยายเลี้ยงฯ

**จากเรื่องจริง ที่ประสบมา หน้าที่ทำงานวันนี้ครับ**

ภาพ : pantip.com

คำอธิบายภาพ : มะลิมี 3 ดอก
ดอกแรก : กลีบเริ่มเหี่ยว ใกล้ร่วงโรย หมายถึง "ยาย"
ดอกที่สอง : กำลังบาน หมายถึง "ลูก"
ดอกที่สาม : ยังไม่ผลิบาน หมายถึง "หลาน"

วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ทุ่ง..เรืองรอง















ขียวเหลือง เรืองรอง รวงทองย้อย
เมียงชม้อย ตื่นตา งามน่าฉงน
จากเขียว เป็นเหลือง เรืองรองปน
เหลืองบ้าง บางหน จนละลาน

วาดแต่ง แปลงนา สารพันสี
เส้นสาย มากมี ผสมผสาน
ลวดลาย คล้ายสวรรค์ บันดาล
แท้จริงคือ ผลงาน ของเหงื่อไคล

เหลืองทอง รองรับ พยับนภา
เห็นประจักษ์ แก่ตา น่าพิสมัย
เบื้องหลังอิ่ม ท้องของ ใครใคร
ยากเย็น เพียงใด ไม่ไต่ถาม

จากแรง เป็นรวง แล้วร่วงกราว
ลงบน จานข้าว เม็ดขาวงาม
อิ่มหมี พีมัน กันทุกนาม
บุญคุณ ล้นหลาม ยามหิวหาย

เพ่งพิศตรง หน้าตื่น ตาตื่นใจ
ระแวง หวั่นไหว คิดไปมากมาย
ข้าวราคาตก ยกนา ไปขาย
เรืองรอง เรียงราย ร่วงร้างโรยรา

สายลม พร่างพรู รวงลู่ไสว
แกว่งไกว ขยับ รอรับชะตา
รอเคียว ตวัด มาตัดชีวา
เกิดเป็น ต้นกล้า กลับมาเรืองรอง

ภาพ : isanfishing.com

วันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ร้อน

ทินกรเคลื่อนถึงเกินกึ่งฟ้า
จรัสจ้าพยับแดดทั่วแวด-วง
บ่ายคล้อยฤทธิ์ร้อนไม่ผ่อนลง
อัสดงมาถึงจึงอ่อนแรง

ดั่งว่าเพลิงโพยมโลมเลียโลก
เหงื่อโชกอำมหิตผิดสำแดง
เพียงเพราะทิพมาศสาดส่องแสง
ฝ่ากำแพงแห่งชั้นบรรยากาศ

ร้องเรียกเพรียกหาเมฆาลัย
บดบังไฟระอุ-ภาณุมาศ
สิ้นฤทธาคลายร้อนอ่อนฉกาจ
ก็สามารถพิชิตฤทธิ์ตะวัน

หรือต้องรอบ่ายคล้อยจึงค่อยอ่อน
สู่เพ-ลารอนรอนตอนสายัณห์
หรือให้พิรุณหลั่งฟ้าลงมาพลัน
ดับจาบัลย์ร้อนรุ่มให้ชุ่มเย็นฯ

วันเสาร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ราตรี..คล้ายชีวิต



เพ่งมองราตรีคล้ายชีวิต
มืดมนสนิทมีปริศนา
ซ่อนเร้นด้วยเล่ห์แห่งเวลา
ไม่ทราบชะตาอนาคต

ในยามดึกดื่นคืนสงัด
เพียงลมพัดบางเบาเศร้ากำสรด
ชีวิตมืดดำถูกกำหนด
ยากจะปลดชีวิตที่พิสดาร

คืนนี้ราตรีมีกาฬปักษ์
วังเวงยิ่งนักทั่วหย่อมย่าน
แผ่ความพรั่นพรึงตรึงแนบนาน
รอเพียงปฏิหาริย์บันดาลดล

ขออำนาจกฤตยาเวหาห้วง
เทพบนทรวงมีพลังขลังเวทมนตร์
ให้สว่างอำไพในเวหน
ความมัวหม่นลี้ลับจงดับหายฯ