หน้าเว็บ

วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ชีวิต...เซซัง









ดาวรุ่งแจ่มฟ้าอุษาสาง
อรุณราง-กระทั่ง-เสียงดัง"อุแว้"
สายสะดือหลุดสะบั้นจากครรภ์แม่
หมอตำแยโล่งอก ทารก-รอด
 
อรุณแห่งชีวิตผลิตสร้าง
ณ ท่ามกลางท้องนาป่าโอบกอด
มีสายน้ำลำธารสะพานทอด
ข้าวไหวยอดโบกสะบัดลมพัดพา
 
แต่แล้วชีวิตก็พิสดาร
ไม่เอาถ่านขี้เถ้าไม่เข้าท่า
ปล่อยชีวิตเสเพลกับเวลา
ไม่สมค่าแม่พ่อรอความหวัง
 
หลายหนาวหลายฝนล่วงพ้นผ่าน
เดินบนซากวิมานอันผุพัง
คล้ายเรือน้อยลอยคว้างอยู่ห่างฝั่ง
หมุนเซซัง-ใกล้จม-ก็สมแล้วฯ


 
 

วันอาทิตย์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2554

"ลูกแม่-หลานยาย"

เสียงแตรรถบีบรัวแม่ตัวสั่น
รีบหุนหันกลับหลังยังฟุตบาท
สาวสวยโผล่หน้าพร้อมด่ากราด
ว่าแม่ไร้มารยาทเดินปาดหน้า

กระเป๋าใบเก่าสีเทาหม่น
มีหลานอีกคนแม่ขนมา
ทั้งจูงทั้งหนักแม่ชักช้า
กอปรกับวัยชราละล้าละลัง

วันแม่อีกปีลูกมีงาน
ให้เอาหลานมาจากปากพนัง
วันแม่ปีนี้หรือปีหลัง
แม่ก็ยังพาหลานมาบ้านลูก

ลูกแม่เรียนจบก็พบรัก
เพียงสักพักท้องแก่แม่ทายถูก
ผัวทิ้งทันควันไม่พันผูก
ยายต้องเช็ดขี้มูกให้หยูกยา

ยายจูงหลานหายไปในซอยลึก
ให้รู้สึกสมเพทเวทนา
เลี้ยงลูกคนหนึ่งหวังพึ่งพา
ลูกยังหาหลานชายให้ยายเลี้ยงฯ

**จากเรื่องจริง ที่ประสบมา หน้าที่ทำงานวันนี้ครับ**

ภาพ : pantip.com

คำอธิบายภาพ : มะลิมี 3 ดอก
ดอกแรก : กลีบเริ่มเหี่ยว ใกล้ร่วงโรย หมายถึง "ยาย"
ดอกที่สอง : กำลังบาน หมายถึง "ลูก"
ดอกที่สาม : ยังไม่ผลิบาน หมายถึง "หลาน"

วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ทุ่ง..เรืองรอง















ขียวเหลือง เรืองรอง รวงทองย้อย
เมียงชม้อย ตื่นตา งามน่าฉงน
จากเขียว เป็นเหลือง เรืองรองปน
เหลืองบ้าง บางหน จนละลาน

วาดแต่ง แปลงนา สารพันสี
เส้นสาย มากมี ผสมผสาน
ลวดลาย คล้ายสวรรค์ บันดาล
แท้จริงคือ ผลงาน ของเหงื่อไคล

เหลืองทอง รองรับ พยับนภา
เห็นประจักษ์ แก่ตา น่าพิสมัย
เบื้องหลังอิ่ม ท้องของ ใครใคร
ยากเย็น เพียงใด ไม่ไต่ถาม

จากแรง เป็นรวง แล้วร่วงกราว
ลงบน จานข้าว เม็ดขาวงาม
อิ่มหมี พีมัน กันทุกนาม
บุญคุณ ล้นหลาม ยามหิวหาย

เพ่งพิศตรง หน้าตื่น ตาตื่นใจ
ระแวง หวั่นไหว คิดไปมากมาย
ข้าวราคาตก ยกนา ไปขาย
เรืองรอง เรียงราย ร่วงร้างโรยรา

สายลม พร่างพรู รวงลู่ไสว
แกว่งไกว ขยับ รอรับชะตา
รอเคียว ตวัด มาตัดชีวา
เกิดเป็น ต้นกล้า กลับมาเรืองรอง

ภาพ : isanfishing.com

วันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ร้อน

ทินกรเคลื่อนถึงเกินกึ่งฟ้า
จรัสจ้าพยับแดดทั่วแวด-วง
บ่ายคล้อยฤทธิ์ร้อนไม่ผ่อนลง
อัสดงมาถึงจึงอ่อนแรง

ดั่งว่าเพลิงโพยมโลมเลียโลก
เหงื่อโชกอำมหิตผิดสำแดง
เพียงเพราะทิพมาศสาดส่องแสง
ฝ่ากำแพงแห่งชั้นบรรยากาศ

ร้องเรียกเพรียกหาเมฆาลัย
บดบังไฟระอุ-ภาณุมาศ
สิ้นฤทธาคลายร้อนอ่อนฉกาจ
ก็สามารถพิชิตฤทธิ์ตะวัน

หรือต้องรอบ่ายคล้อยจึงค่อยอ่อน
สู่เพ-ลารอนรอนตอนสายัณห์
หรือให้พิรุณหลั่งฟ้าลงมาพลัน
ดับจาบัลย์ร้อนรุ่มให้ชุ่มเย็นฯ

วันเสาร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ราตรี..คล้ายชีวิต



เพ่งมองราตรีคล้ายชีวิต
มืดมนสนิทมีปริศนา
ซ่อนเร้นด้วยเล่ห์แห่งเวลา
ไม่ทราบชะตาอนาคต

ในยามดึกดื่นคืนสงัด
เพียงลมพัดบางเบาเศร้ากำสรด
ชีวิตมืดดำถูกกำหนด
ยากจะปลดชีวิตที่พิสดาร

คืนนี้ราตรีมีกาฬปักษ์
วังเวงยิ่งนักทั่วหย่อมย่าน
แผ่ความพรั่นพรึงตรึงแนบนาน
รอเพียงปฏิหาริย์บันดาลดล

ขออำนาจกฤตยาเวหาห้วง
เทพบนทรวงมีพลังขลังเวทมนตร์
ให้สว่างอำไพในเวหน
ความมัวหม่นลี้ลับจงดับหายฯ